คนล้านนากับความเชื่อในการเลี้ยงผี ถือได้ว่าเป็นพิธีกรรมที่สำคัญ แม้ว่าการดำเนินชีวิตของพวกเขาจะราบรื่นไม่ประสบปัญหาใด แต่ภายใต้จิตสำนึกที่แท้จริงแล้ว คนล้านนาเหล่านี้ไม่อาจลืมเลือนวิญญาณของผีบรรพบุรุษที่เคยช่วยเหลือให้พวกเขามีชีวิตที่ปกติสุขมาตั้งแต่รุ่นปู่ย่า แม้กาลเวลาจะแปรเปลี่ยนไปอย่างไร ภาพที่เรายังคงพบเห็นได้เสมอเมื่อเวลาเดินทางไปยังหมู่บ้านต่าง ๆ ในชนบทก็คือ เรือนเล็ก ๆ หลังเก่าตั้งอยู่กลางหมู่บ้านนั่นก็คือ หอเจ้าที่ประจำหมู่บ้าน ที่ยังย้ำเตือนให้พวกเขาไม่ให้หลงไหลไปกับกระแสสังคมนั่นเอง.
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ เลี้ยงผี แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ เลี้ยงผี แสดงบทความทั้งหมด
วันเสาร์ที่ 6 เมษายน พ.ศ. 2562
เลี้ยงผี ความเชื่อล้านนา ตอนที่ 2
คนล้านนากับความเชื่อในการเลี้ยงผี ถือได้ว่าเป็นพิธีกรรมที่สำคัญ แม้ว่าการดำเนินชีวิตของพวกเขาจะราบรื่นไม่ประสบปัญหาใด แต่ภายใต้จิตสำนึกที่แท้จริงแล้ว คนล้านนาเหล่านี้ไม่อาจลืมเลือนวิญญาณของผีบรรพบุรุษที่เคยช่วยเหลือให้พวกเขามีชีวิตที่ปกติสุขมาตั้งแต่รุ่นปู่ย่า แม้กาลเวลาจะแปรเปลี่ยนไปอย่างไร ภาพที่เรายังคงพบเห็นได้เสมอเมื่อเวลาเดินทางไปยังหมู่บ้านต่าง ๆ ในชนบทก็คือ เรือนเล็ก ๆ หลังเก่าตั้งอยู่กลางหมู่บ้านนั่นก็คือ หอเจ้าที่ประจำหมู่บ้าน ที่ยังย้ำเตือนให้พวกเขาไม่ให้หลงไหลไปกับกระแสสังคมนั่นเอง.
ผีที่ชาวล้านนานับถือมีความแตกต่างกัน ตามความเชื่อของแต่ละท้องถิ่น แต่ผีที่นับถือกันอย่างแพร่หลายคือ ผีปู่ย่า ซึ่งเป็นผีประจำตระกูล สืบทอดกันทางฝ่ายหญิง เมื่อแม่ตายลูกสาวคนโตจะเป็นผู้รับช่วงต่อ ถ้าบังเอิญว่าลูกสาวคนโตมีเหตุที่ไม่สามารถจะรับการสืบทอดได้ ลูกสาวคนถัดไปเป็นผู้รับช่วงแทน จะย้ายไปอยู่เรือนใดต้องรับผีปู่ย่าติดตามไปด้วย หิ้งที่อยู่ของผีปู่ย่า อยู่ในห้องนอนด้านตะวันออก โดยทำหิ้งขนาดเล็กติดไว้กับเสาที่มุมตะวันออกเฉียงเหนือ สูงจากพื้นประมาณ 1.8 เมตร ผีปู่ย่ามีหน้าที่ช่วยเหลือ ควบคุมดูแลสมาชิกในครอบครัวให้ประพฤติอยู่ในจารีตประเพณี ถ้าสมาชิกไม่ทำผิดจารีต ผีปู่ย่าจะช่วยให้มีความสุขความเจริญ ถ้าทำผิดจารีตท่านจะลงโทษ กำหนดการเลี้ยงผีปู่ย่าตามประเพณีงจะไม่ตรงกันทุกท้องถิ่น แต่หลายท้องถิ่นกำหนดเอาวันเดือน 9 แรม 9 ค่ำ เมื่อถึงกำหนดวันมาถึงทุกหลังคาเรือนจะต้มไก่ 2 ตัว มีข้าวสุก น้ำ สุรา และดอกไม้ธูปเทียน ลูกหลานที่มีสายของปู่ย่าของเรือนนั้น จะช่วยกันยกเครื่องไหว้เข้าไปตั้งที่มุมห้องนอนในเรือน และกล่าวคำขอให้ผีปู่ย่าช่วยคุ้มครองให้มีความสุขความเจริญ และการเลี้ยงผีปู่ย่าตามเหตุการณ์นั้น เมื่อสมาชิกในครอบครัวโดยเฉพาะฝ่ายหญิง ประพฤติผิดจารีตประเพณี ถ้าเป็นความผิดที่ไม่ร้ายแรง ให้นำดอกไม้ธูปเทียน น้ำส้มป่อยใส่พานเข้าไปขอขมา ถ้าเป็นความผิดที่ร้ายแรง เช่น มีเจตนาให้ชายถูกเนื้อต้องตัวเป็นการผิดผี ต้องมีการเลี้ยงผีปู่ย่า จะเลี้ยงด้วยหมู หรือไก่ ก็แล้วแต่ผีตระกูลนั้นๆ กินสิ่งใด และเลี้ยงในวันปีใหม่สงกรานต์ สมาชิกไม่ว่าจะอยู่ใกล้หรือไกล ถ้าไม่ลำบากจนเกินไป จะมีการนัดหมายให้มารวมกัน แล้วจัดหมู หรือไก่ ดอกไม้ธูปเทียน น้ำส้มป่อยเพื่อเลี้ยง และดำหัวผีปู่ย่า
เลี้ยงผี ความเชื่อล้านนา ตอนที่ 1
ในอดีตชาวล้านนามีความเชื่อเกี่ยวกับสิ่งเหนือธรรมชาติอย่างเหนี่ยวแน่น โดยเฉพาะเรื่องผี สิ่งใดที่หาสาเหตุหรือสมุมติฐานไม่ได้ก็จะคิดว่าเป็นการกระทำของผี ก่อเกิดเป็นวิถีชีวิตที่คลุกคลีกับธรรมชาติ ความเกรงกลัวต่อภัยต่างๆ และเพื่อทำให้เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นสงบสุขหรือเป็นปกติ จึงมีการเซ่นไหว้ผี เพื่อให้ผีพอใจและดูแลปกปักรักษาตนเองและครอบครัว เป็นความเชื่อที่ผูกพันกับการดำรงชีวิตก่อเกิดเป็นวัฒนธรรมประเพณีคู่สังคม ที่แม้แต่ปัจจุบันบ้านเมืองจะเจริญแล้ว แต่ก็ไม่สามารถทำให้ความเชื่อเรื่องผีจางหายไปจากชาวล้านนาได้ ...และการไหว้ผีหรือเลี้ยงผี จึงเป็นตัวแปรสำคัญที่ก่อให้เกิดบรรทัดฐานของสังคม
ชาวล้านนากับการเลี้ยงผีดูเหมือนจะแยกจากกันไม่ออก เพราะนับตั้งแต่เกิดมาคนล้านนาจะเกี่ยวพันกับผีมาตลอด เช่น เมื่อมีเด็กเกิดขึ้นในบ้านจะต้องทำพิธีเรียกขวัญ หรือที่คนเมืองเรียกว่า "ฮ้องขวัญ" เมื่อเวลาที่เด็กเกิดความไม่สบายร้องไห้ก็มักจะเชื่อว่า มีวิญญาณของผีตายโหงมารบกวนเด็ก คนล้านนายังเชื่อว่าขวัญของเด็กเป็นขวัญที่อ่อนภูตผีวิญญาณต่าง ๆ มักจะมารบกวนได้ง่าย ดังนั้นเมื่อเด็กไม่สบายก็จะต้องทำพิธีเลี้ยงผี หรือหาเครื่องลางมาผูกที่ข้อมือของเด็ก ปัจจุบันในแถบทางชนบทเรายังสามารถพบเห็นการกระทำแบบนี้อยู่
การเลี้ยงผีของคนล้านนาจะอยู่ในช่วงระหว่างเดือน 4 เหนือ จนถึงเดือน 8 เหนือ ช่วงเวลานี้เราจะพบว่าตามหมู่บ้านต่าง ๆ ในภาคเหนือจะมีการเลี้ยงผีบรรพบุรุษกันอย่างมากมาย ความผูกพันเกี่ยวเนื่องอยู่กับการนับถือผีนั้น สามารถพบเห็นได้จากการดำเนินชีวิตประจำวันของคนล้านนาเอง เช่น เมื่อเวลาที่ต้องเข้าป่าไปหาอาหารหรือต้องค้างพักแรมอยู่ในป่า มักจะต้องบอกกล่าวเจ้าที่เจ้าทางเสมอ และเมื่อเวลาที่กินข้าวในป่าก็มักจะแบ่งอาหารให้เจ้าที่ด้วยเช่นกัน แต่สิ่งที่ดูเหมือนว่าอาจสำคัญประการหนึ่งก็คือเมื่อเวลาจะอยู่ที่ไหนก็ตาม ไม่ว่าจะอยู่ในเมืองหรือในป่า เมื่อต้องถ่ายปัสสวะก็มักจะต้องขออนุญาตจากเจ้าที่ก่อนอยู่เสมอ เหล่านี้แสดงให้เห็นว่าวิถีชีวิตของคนล้านนาผูกผันอยู่กับการนับถือผีอย่างแยกไม่ออกทุกปีในช่วงกลางฤดูร้อนจะมีการลงเจ้าเข้าทรงตามหมู่บ้านต่าง ๆ ทั้งนี้อาจเป็นเพราะความเชื่อของชาวบ้านที่ว่า การลงเจ้าเป็นการพบปะพูดคุยกับผีบรรพบุรุษ ซึ่งในปีหนึ่งจะมีการลงเจ้าหนึ่งครั้ง และในการลงเจ้าครั้งนี้จะถือโอกาสทำพิธีรดน้ำดำหัวผีบรรพบุรุษไปด้วย ยังมีพิธีเลี้ยงผีอยู่พิธีหนึ่งที่มักจะกระทำกันในช่วงเวลานี้และที่สำคัญในปีหนึ่งจะทำพิธีนี้เพียงครั้งเดียวเท่านั้น นั่นก็คือ การเลี้ยงผีมดผีเม็ง ชาวบ้านที่ประกอบพิธีนี้ขึ้นบอกว่า การเลี้ยงผีมดผีเม็งจะเลี้ยงอยู่ 2 กรณี คือเมื่อเวลามีคนเจ็บป่วยไม่สบายในหมู่บ้านจะทำพิธีบนผีเม็งเพื่อขอใช้ช่วยรักษา เมื่อเวลาที่หายแล้วจะต้องทำพิธีเชิญวิญญาณผีเม็งมาลง และจัดหาดนตรีมาเล่นเพื่อเพิ่มความสนุกสนานแก่ผีมดผีเม็งด้วย อีกกรณีหนึ่งเมื่อไม่มีคนเจ็บป่วยในหมู่บ้าน จะต้องทำพิธีเลี้ยงผีมดผีเม็งทุกปี โดยจะต้องหาฤกษ์ยามที่เหมาะสมและจะต้องกระทำระหว่างช่วงเวลาเดือน 4 เหนือ ถึง เดือน 8 เหนือ ก่อนเข้าพรรษา เพราะถ้าไม่ทำพิธีผีมดผีเม็งอาจจะไม่คุ้มครอง คนในหมู่บ้านก็ได้ ดังนั้น เมื่อใกล้ถึงช่วงเวลาดังกล่าวเรามักจะพบภาพพิธีเหล่านี้ตามหมู่บ้านต่าง ๆ
อ่านต่อตอนที่ 2
ที่มาข้อมูล งานทำนุบำรุงศิลปวัฒนธรรม คณะวิทยาศาสตร์ มหาลัยแม่โจ้
ป้ายกำกับ:
ความเชื่อ,
จังหวัดแพร่,
บทความ,
ล้านนา,
เลี้ยงผี
วันเสาร์ที่ 6 ตุลาคม พ.ศ. 2561
นับถือผี
สำหรับชาวล้านนานั้นกับการเลี้ยงผีดูเหมือนจะแยกจากกันไม่ออกเพราะนับตั้งแต่เกิดมาคนล้านนาจะเกี่ยวพันกับผีหรือวิญญาณมาตลอดชีวิตตั้งแต่เกิดจนตาย เช่น เมื่อมีเด็กเกิดขึ้นในบ้านจะต้องทำพิธีเรียกขวัญ หรือที่เรียกว่า "ฮ้องขวัญ" และเมื่อเวลาที่เด็กเกิดไม่สบายร้องไห้โยเย ก็มักจะเชื่อว่ามีวิญญาณร้ายของผีตายโหงมารบกวนเด็ก คนล้านนาเชื่อว่าขวัญของเด็กเป็นขวัญที่อ่อนแอ ภูตผีวิญญาณต่าง ๆมักจะมารบกวนได้ง่ายๆ ดังนั้นเมื่อเด็กไม่สบายก็จะต้องทำพิธีเลี้ยงผีหรือหาเครื่องรางมาผูกที่ข้อมือของเด็ก ปัจจุบันในแถบทางชนบทเรายังสามารถพบเห็นการกระทำแบบนี้อยู่การเลี้ยงผีของคนล้านนา จะอยู่ในช่วงระหว่างเดือน 4 เหนือ จนถึงเดือน 8 เหนือช่วงเวลานี้เราจะพบว่าตามหมู่บ้านต่าง ๆในภาคเหนือจะมีการเลี้ยงผีบรรพบุรุษกันอย่างมากมายในช่วงกลางฤดูร้อนจะมีการลงเจ้าเข้าทรงตามหมู่บ้านต่าง ๆทั้งนี้เป็นเพราะความเชื่อของชาวบ้านที่ว่าการลงเจ้าเป็นการพบปะพูดคุยกับผีบรรพบุรุษ ซึ่งในปีหนึ่งจะมีการลงเจ้าหนึ่งครั้งและในการลงเจ้าครั้งนี้จะถือโอกาสทำพิธีรดน้ำดำหัวผีบรรพบุรุษไปด้วย ยังมีพิธีเลี้ยงผีอยู่พิธีหนึ่งที่มักจะกระทำกันในช่วงเวลานี้และเป็นพิธีที่สำคัญในปีหนึ่งจะทำพิธีนี้เพียงครั้งเดียวเท่านั้น นั่นก็คือ การเลี้ยงผีมดผีเม็งชาวบ้านที่ประกอบพิธีนี้ขึ้นบอกว่า การเลี้ยงผีมดผีเม็งจะเลี้ยงอยู่ 2 กรณี คือเมื่อเวลามีคนเจ็บป่วยไม่สบายในหมู่บ้านจะทำพิธีบนผีเม็งเพื่อขอใช้ช่วยรักษา เมื่อเวลาที่หายแล้วจะต้องทำพิธีเชิญวิญญาณผีเม็งมาลงและจัดหาดนตรีมาเล่นเพื่อเพิ่มความสนุกสนานแก่ผีมดผีเม็งด้วยอีกกรณีหนึ่งเมื่อไม่มีคนเจ็บป่วยในหมู่บ้านจะต้องทำพิธีเลี้ยงผีมดผีเม็งทุกปี โดยจะต้องหาฤกษ์ยามที่เหมาะสมและจะต้องกระทำระหว่างช่วงเวลาเดือน 4 เหนือถึง เดือน 8 เหนือ ก่อนเข้าพรรษาเพราะถ้าไม่ทำพิธีผีมดผีเม็งอาจจะไม่คุ้มครอง คนในหมู่บ้านก็ได้ ดังนั้นเมื่อใกล้ถึงช่วงเวลาดังกล่าวเรามักจะพบภาพพิธีเหล่านี้ตามหมู่บ้านต่าง ๆ
ชาวล้านนากับความเชื่อในการเลี้ยงผี ถือได้ว่าเป็นพิธีกรรมที่สำคัญ แม้ว่าการดำเนินชีวิตของพวกเขาจะราบรื่นไม่ประสบปัญหาใดแต่ภายใต้จิตสำนึกที่แท้จริงแล้วคนล้านนาเหล่านี้ไม่อาจลืมเลือนวิญญาณของผีบรรพบุรุษที่เคยช่วยเหลือให้พวกเขามีชีวิตที่ปกติสุขมาตั้งแต่รุ่นปู่ย่า แม้กาลเวลาจะแปรเปลี่ยนไปอย่างไรภาพที่เรายังคงพบเห็นได้เสมอเมื่อเวลาเดินทางไปยังหมู่บ้านต่าง ๆในชนบทก็คือ เรือนเล็ก ๆ หลังเก่าตั้งอยู่กลางหมู่บ้านนั่นก็คือหอเจ้าที่ประจำหมู่บ้านที่ยังย้ำเตือนให้พวกเขาไม่ให้หลงไหลไปกับกระแสสังคมนั่นเอง
โดย นายคมสัน หน่อคำ
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)





