แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ สุภาษิตคำเมือง แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ สุภาษิตคำเมือง แสดงบทความทั้งหมด

วันเสาร์ที่ 24 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561

คำ “อิ๊แม่สอน 2 ตอน การตอนการพูดจา และการวางตัว”




การพูดจานั้น อิ๊แม่สอนไว้ว่า

"กำเข้าหู จะไปฟั่งถูออกปาก จักยากใจ๋ปายลูน " ความหมายก็ตรงตัวคือ...

เมื่อเราได้ยินได้ฟังอะไรมา ให้กลั่นกรองให้ดีก่อนจะตอบโต้หรือเอาไปบอกต่อคนอื่น ไม่เช่นนั้น อาจจะมีผลกระทบตามมา สร้างความเสียหายให้ผู้อื่น และทำให้เราต้องลำบากใจ

"กำติเตียนสำเนียงจ่มส้าม ย่อมจะมีมากู้ทิศ" ความหมายคือ คำติฉินนินทานั้นเป็นเรื่องธรรมดาโลก ย่อมจะมีมาจากทั่วทุกสารทิศ เพราะฉะนั้นไม่ควรถือสาใส่ใจ

"กำจ่มกำด่านั้นเป๋นกำดี ก๋อนฟังบ่ถี่มันตึงบ่ม่วนหู" ความหมาย คือ คำบ่นคำว่ากล่าวของคนแก่อาจจะฟังไม่เสนาะหูนัก แต่ฟังให้ดีก็ล้วนเป็นข้อคิดที่ดีทั้งนั้น

"กันว่าจะมัด บ่ต้องมัดด้วยป๋อ กำปากกำคอมัดกั๋นก่อได้" ความหมาย คือ คำสอนว่าด้วยการผูกใจคน ว่าหากจะมัดใจใครล่ะก็ ไม่ต้องใช้เชือก(ป๋อ=ปอ)หรอก แค่ใช้คำพูดดี ๆ นี่แหละที่สามารถผูกใจคนได้

คนเรานั้นแม้คำพูดจะสำคัญ แตการวางตัวนั้นต้องทำตามที่แม่สอนด้วย

“จะนั่งหื้อผ่อตี้ จะหนีหื้อผ่อก้น" ความหมาย คือ ก่อนจะนั่งให้ดูที่นั่งว่าไม่มีอะไรเปรอะเปื้อนหรือมีของมีคมที่อาจจะเป็นอันตราย พอจะลุกจากไปก็ต้องเหลียวดูข้างหลังว่าไม่ทิ้งร่องรอยหรือลืมอะไรไว้

"กิ๋นได้ไว้ในไห กิ๋นบ่ได้ไว้ในใจ๋" ความหมาย คือ เมื่อได้รับอะไรมา ไม่ว่าจะหามาเองหรือมีคนให้

ถ้าเป็นของกินก็ให้เก็บถนอมรักษาไว้(ในสมัยก่อนเขาจะเก็บของกินไว้ในไห)แต่ถ้าเป็นของที่กินไม่ได้ก็ให้จดจำรำลึกไว้ในใจ(ให้สำนึกบุญคุณนั่นเอง)

"แป๋งเฮือไว้หลายต้า หม่าเข้าไว้หลายเมือง" ความหมาย คือ สร้างเรือไว้หลายท่า(ท่าน้ำ) แช่ข้าวไว้หลายเมือง ให้ผูกมิตรไว้หลาย ๆ ที่ เผื่อวันใดเกิดพลาดพลั้งตกอับจะได้มีที่พึ่งพา

วันจันทร์ที่ 8 ตุลาคม พ.ศ. 2561

คำสอนบะเก่า


สุภาษิต หมายถึง คำพูดที่ออกมา  เช่น ทำนองโวหาร สำนวน คำพังเพย โดยมีเนื้อหาความหมายที่ดี มักเป็นคำสอนสั่งสอน หรือคำเตือนใจให้ระลึกถึงอยู่เสมอ มักเป็นคำพูด อ่าน คำท่องจำที่เข้าใจเนื้อความได้ทันที่ โดยไม่ต้องแปลความหมาย สุภาษิตล้านนา คือ คำภาษิตที่ถูกแต่งโดยคนล้านนา โดยใช้ภาษาล้านนา แต่งขึ้นเพื่อใช้ในการสั่งสอนลูกหลานและคนในท้องถิ่นล้านนา ส่วนมากแต่งจากเหตุการณ์มูลเหตุต่างๆในอดีต เช่น เหตุเกิดจากธรรมชาติ,เกิดจากการละเล่น,เกิดจากการกระทำของมุนษย์-สิ่งแวดล้อม-อุบัติเหตุและการเกิดจากการผิดแผงประเพณีหรือศาสนา เป็นต้น
            ในปัจจุบันความเจริญทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีเข้ามามีบทบาทในชีวิตประจำวัน วัฒนธรรมประเพณี ของชาวล้านนา คำสอน สุภาษิตล้านนาบางอย่างถูกมองว่าล้าสมัยและกำลังจะจางหายไปกับกระแสกาลเวลา ความงดงามของภาษา วาทะกรรม คำสอนที่บรรพบุรุษได้สรรค์สร้างขึ้นมานั้น เป็นเครื่องสอนให้เราสำนึกและคงอยู่กับศีลธรรม ดังนั้นขอยกเอา สุภาษิตล้านนาหรือคำสอนบะเก่ามาเตือนสติแก่ผู้อ่านทุกท่าน สักประโยค
“จะนั่งหื้อผ่อตี้ จะหนีหื้อผ่อก้น”  แปลว่า ก่อนนั่งให้ดูที่  ก่อนลุกหนีให้ดูก้น
(ตี้ = ที่ ทาง,  ผ่อ = ดู,  หนี = ลุกหนี)
ตรงกับพุทธภาษิตที่ว่า "ใคร่ครวญก่อนแล้วจึงทำ"
คนโบราณ สอนและให้ข้อเตือนจิตสะกิดใจว่า ก่อนทำอะไรนั้น "ให้ตั้งสติ"  ให้วินิจฉัยว่าอะไรเป็นอะไร เพื่อมิให้ต้อง "น้ำตาตกใน" ภายหลัง เพราะความผิดพลั้ง ไม่ระมัดระวังให้ดีก่อนลงมือทำ
โดยคำว่า "ผ่อ" นั้นหมายถึง "ให้คิด" หรือใคร่ครวญก่อนแล้วจึงทำตามพุทธภาษิตนั่นเอง คิด ก็หมายถึง ดูด้วยสติ  ก่อนจะนั่ง ก็ดูที่ว่ามีธุลี หรือของมีคมอยู่หรือไม่  ก่อนจะลุกไป ก็คลำก้นดูก่อนว่า มีใครแกล้งเอา "หาง" ใส่หรือเปล่า  ทางที่ดี ควร "ผ่อ" ก่อน เพื่อความไม่ประมาท ทั้งนี้มิใช่ "ระแวง" แต่เป็น "ระวัง"

ขอบคุณที่มาจาก  เว็ปไซด์เกษตรสมบูรณ์หน้า คำสอนบะเก่า และ ผะญ๋า ธรรม คำมะเก่า


โดย นายคมสัน  หน่อคำ