แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ วันเด็ก แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ วันเด็ก แสดงบทความทั้งหมด

วันศุกร์ที่ 12 มกราคม พ.ศ. 2561

จังหวัดแพร่เปิดศาลากลางต้อนรับเด็กๆเนื่องในวันเด็กแห่งชาติ

     

     จังหวัดแพร่เปิดศาลากลางต้อนรับเด็กๆเนื่องในวันเด็กแห่งชาติ ประจำปี 2561 พร้อมให้เด็กเยี่ยมชมและนั่งทำงานเซ็นหนังสือที่โต๊ะประจำตำแหน่งผู้ว่าราชการจังหวัดแพร่

      สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดแพร่รายงานว่า เช้าวันนี้(13ม.ค.61) ที่บริเวณศาลากลางจังหวัดแพร่ ทางนายพงศ์รัตน์ ภิรมย์รัตน์ ผู้ว่าราชการจังหวัดแพร่เป็นประธานเปิดกิจกรรมเนื่องในวันเด็กแห่งชาติ โดยจังหวัดแพร่ร่วมกับส่วนราชการ หน่วยงานต่างๆ ภาคเอกชน องค์กรการกุศล จัดขึ้น เพื่อเปิดโอกาสให้เด็กและเยาวชน ได้มีสถานที่ในการแสดงออกอย่างเหมาะสม เป็นการกระตุ้นให้เด็กตระหนักถึงบทบาทอันสำคัญของตนเอง โดยปลูกฝังให้เด็กมีส่วนร่วมในสังคม เตรียมพร้อมให้ตนเองเป็นกำลังสำคัญของชาติ พร้อมมอบของขวัญให้กับเด็กๆ และทางผู้ว่าราชการจังหวัดแพร่ได้เปิดห้องทำงานให้กับเด็กๆ ได้เยี่ยมชมและนั่งโต๊ะทำงานภายใต้ชื่อ อนาคตผู้ว่าราชการจังหวัดแพร่ โดยให้เด็กๆนั่งเซ็นหนังสือราชการ ขอความร่วมมือให้นักเรียนในโรงเรียนปฏิบัติตามคำขวัญของ พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ที่ให้ไว้กับเด็กๆประจำปี 2561 ว่า "รู้คิด รู้เท่าทัน สร้างสรรค์เทคโนโลยี” เพื่อให้เด็กและเยาวชนทุกคนได้ตระหนักถึงความสำคัญของตนเองว่าเป็นทรัพยากรสำคัญของประเทศ ขอให้ตั้งใจใฝ่ศึกษาเล่าเรียน หมั่นฝึกฝนพัฒนาตนเองอยู่เสมอ พร้อมทั้งเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ ที่เป็นประโยชน์ รู้จักการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศอย่างสร้างสรรค์

       ทั้งนี้จังหวัดแพร่ได้กระจายการจัดกิจกรรมเนื่องในวันเด็กแห่งชาติในหลากหลายพื้นที่ทั้งภาคราชการและภาคเอกชน บริษัท ห้างร้านต่างๆ ครอบคลุมในทุกพื้นที่ 8 อำเภอ

       สำหรับประวัติความเป็นมาของวันเด็กนั้น วันเด็กแห่งชาติ ตรงกับวันเสาร์ที่ 2 ของเดือนมกราคมของทุกปี มีการให้คำขวัญวันเด็กทุกปีโดยนายกรัฐมนตรีที่ดำรงตำแหน่งในขณะนั้น งานวันเด็กแห่งชาติจัดขึ้นเป็นครั้งแรก เมื่อวันจันทร์แรกของเดือนตุลาคม พ.ศ. 2498 ตามคำเชิญชวนของ นายวี.เอ็ม. กุลกานี ผู้แทนองค์การสหพันธ์เพื่อสวัสดิภาพเด็กระหว่างประเทศแห่งสหประชาชาติ เพื่อให้ประชาชนเห็นความสำคัญและความต้องการของเด็ก และเพื่อกระตุ้นให้เด็กตระหนักถึงบทบาทอันสำคัญของตนเองในประเทศ โดยปลูกฝังให้เด็กมีส่วนร่วมในสังคม เตรียมพร้อมให้ตนเองเป็นกำลังของประเทศชาติ /.

ฉัตรชัย พวงขจร / ข่าว /พิมพ์
สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดแพร่

วันจันทร์ที่ 8 มกราคม พ.ศ. 2561

วันเด็ก


     "รู้คิด รู้เท่าทัน สร้างสรรค์เทคโนโลยี " นี้คือคำขวัญวันเด็กประจำปี 2561 จากนายกรัฐมนตรี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ที่ผู้นำประเทศจะมอบให้แก่เด็กๆเป็นข้อคิด ข้อปฏิบัติ แก่เด็กทุกคนในวันเด็กหรือวันเสาร์ที่สองของเดือนมกราคมของทุกปี ซึ่งเป็นวันที่เด็กๆตั้งหน้าตั้งตารอคอย เพราะวันนี้เป็นวันที่เด็กๆจะได้เที่ยวเล่นและกินของอร่อยๆ กันอย่างเต็มที่ โดยมีผู้ใหญ่ใจดีสนับสนุน เช่น ทหารจะนำอาวุธยุทโทปกรณ์มาโชว์ให้เห็นและจับต้องได้จริงๆ ไม่ว่าจะเป็นการขึ้นรถถัง ปีนขึ้นปีนเล่นบนเครื่องบิน มีการสาธิตกระโดดร่มดิ่งพสุธาและแสดงยุธวิธีต่างๆให้เด็กๆดูกัน โดยเฉพาะเด็กผู้ชายที่ใฝ่ฝันจะเป็นทหาร ส่วนเด็กผู้หญิงนั้นในวันเด็กพ่อแม่ก็จะซื้อเสื้อผ้าสีสันสดใส อย่างเช่น ชุดเจ้าหญิงเอลซ่าให้ใส่ไปเที่ยวเป็นที่ถูกอกถูกใจและถ้ามีตุ๊กตาตัวใหม่มาให้กอดให้เล่นก็จะเป็นวันเด็กที่น่าจดใจไปอีกหนึ่งปี

    วันเด็กเป็นวันที่ผู้ใหญ่ให้ความสำคัญกับเด็ก เริ่มในปี พ.ศ. 2498 ปีที่ทั่วโลกเริ่มจัดงานเฉลิมฉลองวันเด็กแห่งชาติกันขึ้น ซึ่งจะเป็นเยาวชนอายุต่ำกว่า 18 ปี ตามความเห็นคล้อยตามกับองค์การสหประชาชาติที่นำปัญหาเรื่องเด็กมาร่างเป็นปฏิญญาว่าด้วยสิทธิของเด็ก ประเทศไทยได้รับข้อเสนอของ วี เอ็ม กุลกานี ผู้แทนองค์กรสมาพันธ์เพื่อสวัสดิภาพเด็กระหว่างประเทศ ผ่านมาทางกรมประชาสงเคราะห์ กระทรวงมหาดไทย ว่า ประเทศไทยควรจัดงานเฉลิมฉลองวันเด็กแห่งชาติขึ้น เพื่อส่งเสริมให้ประชาชนเห็นความสำคัญของเด็กให้มากขึ้น ดังที่นานาประเทศกำลังทำอยู่ ในขณะนั้น สภาวัฒนธรรมแห่งชาติยังมิได้ถูกยุบเลิกไป คณะกรรมการสภาวัฒนธรรมแห่งชาติ ได้นำเรื่องเสนอต่อคณะรัฐมนตรีในขณะนั้น ต่อมาเมื่อวันที่ 27 กรกฎาคม พ.ศ. 2498 ได้มีมติคณะรัฐมนตรีรับหลักการ ให้จัดงานวันเด็กแห่งชาติขึ้น โดยมอบหมายให้กระทรวงมหาดไทย และกระทรวงศึกษาธิการรับไปดำเนินการ ส่วนของค่าใช้จ่ายในการจัดงานนั้น ได้อนุมัติเงินจากกองสลากกินแบ่งรัฐบาลมาดำเนินการ

   ดังนั้นวันที่ 3 ตุลาคม พ.ศ. 2498 ประเทศไทยจึงมีงานเฉลิมฉลองวันเด็กแห่งชาติเกิดขึ้นเป็นครั้งแรก จากนั้นเป็นต้นมา ทางราชการได้กำหนดวันจันทร์แรกของเดือนตุลาคมของทุกปีเป็นวันเด็กแห่งชาติ และจัดติดต่อกันมาจนถึงปี พ.ศ. 2506 ที่ประชุมคณะกรรมการจัดงานวันเด็กแห่งชาติในปีนั้น มีความเห็นพ้องต้องกันว่า สมควรที่จะเสนอเปลี่ยนวันจัดงานวันเด็กแห่งชาติเสียใหม่เพื่อความเหมาะสม ด้วยเหตุผลว่า ในเดือนตุลาคม ประเทศไทยยังอยู่ในฤดูฝน มีฝนตกมาก เด็กไม่สะดวกในการมาร่วมงาน ประการต่อมาก็คือ วันจันทร์เป็นวันปฏิบัติงานของผู้ปกครอง จึงไม่สามารถพาเด็กของตนไปร่วมงานได้ ตลอดจนการจราจรก็ติดขัด อีกทั้งการที่กำหนดให้วันเด็กต้องจัดในช่วงต้นปี มีความหมายว่า ทุกภาคส่วนของประเทศจะต้องให้ความสำคัญกับเด็กเป็นอันดับแรกๆคณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบตามที่คณะกรรมการจัดงานวันเด็กแห่งชาติเสนอ ลงวันที่ 5 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2507 ประกาศเปลี่ยนงานฉลองวันเด็กแห่งชาติจากวันจันทร์แรกของเดือนตุลาคม มาเป็นวันเสาร์ที่สองของเดือนมกราคมตั้งแต่บัดนั้นเป็นต้นมา ด้วยเหตุนี้จึงส่งผลให้ปี พ.ศ. 2507 ไม่มีงานวันเด็กแห่งชาติด้วยการประกาศเปลี่ยนได้เลยวันมาแล้ว งานวันเด็กแห่งชาติจึงได้เริ่มจัดขึ้นมาใหม่อีกครั้งใน พ.ศ. 2508 และจัดเรื่อยมาจนถึงปัจจุบัน

ที่มาข้อมูล วิกิพีเดีย

เรียบเรียงโดย นายคมสัน  หน่อคำ
083-7373307