แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ อาหาร แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ อาหาร แสดงบทความทั้งหมด

วันพฤหัสบดีที่ 6 ธันวาคม พ.ศ. 2561

ข้าวหนุกงา ของลำคนเมือง



     เข้าฤดูหนาวแล้ว ชาวนาเสร็จจากการเกี่ยวข้าว ทำให้มีข้าวใหม่กินกัน และในขณะเดียวกันชาวไร่ก็เกี่ยวงาขี้ม้อน ซึ่งช่วงเป็นเวลาใกล้เคียงกันพอดี ชาวล้านนาจึงนำข้าวเหนียวและงาขี้ม้อนมาทำเป็น “ข้าวหนุกงา” เพื่อเป็นอาหารว่างและขนม อันเป็นที่ชื่นชอบของทั้งเด็กและผู้ใหญ่

     ข้าวหนุกงา ( หนุก แปลว่า คลุกหรือนวด) หรือข้าวคลุกงา มีส่วนผสมที่สำคัญคือ ข้าวเหนียวนึ่งสุก,งาขี้ม้อน,เกลือ วิธีทำข้าวหนุกงา คือ นำข้าวเหนียวมาล้างให้สะอาด แช่น้ำไว้หนึ่งคืน แล้วนำข้าวที่แช่ไว้ นึ่งด้วยไฟกลางประมาณ 5- 10 นาที พอข้าวสุกให้เทลงภาชนะที่เตรียมไว้ คนให้ไอรอนลดลง แล้วบรรจุใส่ในแอ๊บข้าวที่เตรียมไว้ ต่อมานำงาขี้ม้อน มาคั่วด้วยไฟอ่อนๆ จนมีกลิ่นหอม โขลกงาขี้ม้อนกับเกลือให้และเอียด ใส่ข้าวเหนียวร้อนๆลองโขลกรวมกัน นวดจนเป็นเนื้อเดียวกัน เท่านี้ก็จะได้ข้าวหนุกงาที่แสนอร่อยมาทานกันแล้ว เคล็ดลับความอร่อย ข้าวเหนียวที่นำมาทำข้าวหนุกงาต้องเป็นข้าวที่นึ่งสุกใหม่ๆและร้อนๆ จะทำให้ข้าวและงาม้อน โขลกเข้าเป็นเนื้อเดียวกันง่าย และมีรสชาติดี

     สำหรับงาขี้ม้อน เป็นพืชตระกูลเดียวกับกระเพรา โหระพา และใบแมงลัก มีลักษณะเป็นงาเม็ดกลมเล็กๆ สีน้ำตาล นิยมบริโภคกันในแถบประเทศเอเชีย งาขี้ม่อน นิยมปลูกกันมากในภาคเหนือของประเทศไทย ปัจจุบันมีการนำงาขี้ม้อนมาทำเป็นผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพมากมาย ไม่ว่าจะเป็น ชาขี้ม้อน คุกกี้งาขี้ม้อน หรือนำไปเป็นส่วนประกอบในเมนูอาหารอย่างแพร่หลาย เนื่องจากเป็นธัญญาพืชที่มีประโยชน์มากมาย เช่น

     งาขี้ม้อนถูกใช้ทำยามาตั้งแต่สมัยราชวงศ์ฮั่น แต่ได้รับความนิยมมากเป็นครั้งแรกในสมัยราชวงศ์ซ่ง โดยถูกนำไปเป็นส่วนประกอบของยาหลายๆสูตรมาจนถึงทุกวันนี้,งาขี้ม้อนเป็นพืชที่มีกรดไขมันโอเมก้า 3 สูงและสูงกว่าเมล็ดเจีย 2 เท่า,เป็นพืชที่อัตราส่วนของกรดไขมันโอเมก้า 3 และโอเมก้า 6 อย่างสมดุล เนื่องจากน้ำมันงาขี้ม้อนมีโอเมก้า 3 สูง จึงมีประสิทธิภาพในการป้องกันโรคหัวใจ บำรุงระบบประสาทและสมอง สามารถใช้ทดแทนน้ำปลาได้ ในกรณีของผู้ที่แพ้น้ำมันปลาหรือทานมังสวิรัติ ทานเจ

      ข้าวหนุกงาขี้ม่อน นอกจากเป็นอาหารพื้นบ้านขอชาวล้านนาแล้วยังแฝงด้วยคุณประโยชน์อีกมากมาย โดยมีทั้งสรรพคุณทางยาอีกมากมาย จึงเป็นอีกหนึ่งภูมิปัญญาที่บรรพบรุษได้สืบถอดและส่งต่อองค์ความรู้ที่อยู่อยู่คู่กับวัฒนธรรมประเพณีในรูปแบบของอาหาร จึงควรดูแลและรักษาอาหารที่ ทำมาจาก ข้าวเหนียว เกลือ และงาขี้ม่อน กับ “ข้าวหนุกงา”

ขอบคุณข้อมูลจาก สถาบันวิจัยสังคม มหาวิทยาลัยเชียงใหม่, http://livelonglife.co/perilla-frutescens/,และรูปภาพจาก Google


วันศุกร์ที่ 12 มกราคม พ.ศ. 2561

จังหวัดแพร่จัดแข่งขันทำลาบพื้นเมืองแพร่ส่งเสริมการท่องเที่ยว "เที่ยวแพร่...มีแต่ลาบ" ครั้งที่ 1

    
 ภาคเอกชนจังหวัดแพร่ร่วมจัดกิจกรรมส่งเสริมการท่องเที่ยว จัดแข่งขันทำลาบพื้นเมืองแพร่ "เที่ยวแพร่...มีแต่ลาบ" ครั้งที่ 1 ชูอัตลักษณ์ด้านอาหารพื้นเมือง "ลาบแพร่" ให้เป็นที่รู้จักแพร่หลาย เที่ยวเมืองแพร่ได้กินลาบอร่ยและได้โชคลาภกลับบ้าน

     วันนี้ (12 มกราคม 2561) เวลา 11.30 น. นายพงศ์รัตน์ ภิรมย์รัตน์ ผู้ว่าราชการจังหวัดแพร่ เป็นประธานเปิดกิจกรรมแข่งขันการทำลาบพื้นเมืองแพร่ “เที่ยวแพร่...มีแต่ลาบ” ครั้งที่ 1 ซึ่งภาคเอกชนในจังหวัดแพร่ร่วมกับหน่วยงานต่างๆ จัดขึ้น ณ บริเวณลานด้านหน้าโรงแรมธาริสอาร์ท ถ.ราษฎร์ดำเนิน ต.ในเวียง อ.เมืองแพร่เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยว ด้วยการชูอาหารพื้นเมืองจังหวัดแพร่เป็นจุดขาย มีตัวแทนจากอำเภอและหน่วยงานต่างๆ ส่งทีมเข้าร่วมการแข่งขัน โดยผู้ว่าราชการจังหวัดแพร่ได้ปรุงลาบหมูสุกแจกให้กับสื่อมวลชนและผู้ร่วมงานได้ชิมด้วย บรรยากาศเป็นไปอย่างคึกคัก
นายสุนทร ธัญญวัฒนกุล ประธานกรรมการบริหารโรงแรมธาริสอาร์ท กล่าวว่า จังหวัดแพร่มีอาหารพื้นเมืองที่โดดเด่นและมีชื่อเสียงเป็นอัตลักษณ์ของจังหวัดคือ “ลาบแพร่” และเพื่อเป็นการส่งเสริมดึงดูดให้นักท่องเที่ยวสนใจเดินทางเข้ามายังจังหวัดแพร่มากขึ้น จึงได้ร่วมกับหน่วยงานต่างๆ อาทิ วิทยาลัยชุมชนแพร่ หอการค้าจังหวัดแพร่ สำนักงานการท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดแพร่ และการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย(ททท.) สำนักงานแพร่ จัดการแข่งขันทำลาบพื้นเมืองแพร่ “เที่ยวแพร่...มีแต่ลาบ” ครั้งที่ 1 ขึ้น โดยชื่อกิจกรรมเป็นได้ทั้ง “ลาบ” ที่หมายถึงอาหาร และ “ลาภ” ที่หมายถึงโชคลาภ ซึ่งนอกจากนักท่องเที่ยวจะได้รับประทานอาหารพื้นเมืองอร่อยๆ อย่างลาบแล้ว ยังจะได้โชคลาภกลับไปอีกด้วย

      สำหรับผลการแข่งขันปรากฏว่า ทีมจากอำเภอสอง นำโดยนายเฉลิมพล ยาโน ซึ่งเคยชนะการประกวดสุดยอดแชมป์อาหารพื้นบ้านจังหวัดแพร่ เมื่อปี 2550 คว้ารางวัลที่ 1 ไปครอง ได้รับถ้วยผู้ว่าราชการจังหวัดแพร่ พร้อมเงินรางวัล 5,000 บาท

ขอบคุณข่าวจาก สวท.แพร่