วันอังคารที่ 18 กรกฎาคม พ.ศ. 2560

ตาแหลว ป้องกันอาถรรพ์

ตาแหลว/เฉลว


    ตาแหลว หรือ เฉลว ทำขึ้นจากตอกไม้ไผ่ผ่าซิกบางๆสาน ใช้เป็นเครื่องรางป้องกันสิ่งไม่ดี สเนียดจัญไร เรื่องเลวร้ายหรือสิ่งเหนือธรรมชาติ ชาวล้านนาใช้ต๋าแหลวเป็นเครื่องหมายถือพิธีกรรมตามความเชื่อ โดยเฉพาะการแสดงอาณาเขตหวงห้าม แสดงเขตที่มีเจ้าของ เป็นเครื่องช่วยให้ที่นั้น คลาดแคล้วจากภัยพิบัติ มักพบต๋าแหลวแขวนร่วมกับด้ายสายสิญจน์และหญ้าคาฟั่นเวลามีงานสำคัญ อาทิ สืบชะตา ทำบุญเมือง และพิธีกรรมต่างๆ

   
     ชาวล้านนาเชื่อว่า ตาแหลว หมายถึง ดวงตาของนกเหยี่ยวที่ชอบโฉบเฉี่ยวงับจับเหยื่อไปกิน ดวงตาของเหยี่ยวหรือนกแหลว ที่สามารถมองเห็นได้เป็นระยะไกลๆและเฉียบคม อย่างเช่นมันบินร่อนไปมาในท้องฟ้า แต่ดวงตามันสอดส่องดูมาเบื้องล่าง จึงนำตอกมาสานเป็นคล้ายรูปดวงตา เพื่อสอดส่องดูแลสิ่งอาถรรพ์ขึด เสนียดจัญไร มิให้เข้ามากรายใกล้ โดยการไปตัดไม้ไผ่มาจักตอกขนาดตามที่ต้องการ แล้วเลาะเหลาปาดเอาคมผิวไม้ออกให้หมด หลังจากนั้นจึงนำเส้นตอกมาสานเป็นวงกลมหักทบปลายเส้นตอกให้สานกัน แล้วปล่อยปลายเส้นตอกคลี่ออกไปคล้ายลำแสงพุ่งออกจากศูนย์กลางหรือดวงตาของแหลวหรือตาเหยี่ยวนกเขา เมื่อสานเสร็จนำต๋าแหลวไปปักไว้ตามที่ต้องการป้องกันเภทภัย

   

     ตาแหลวถือเป็นภูมิปัญญาชาวบ้านอย่างหนึ่ง ที่เป็นสัญลักษณ์ของสิ่งหวงห้ามอันมีเจ้าของอยู่แล้ว เป็นสัญลักษณ์ความพิเศษอีกด้วย โดยเฉพาะหม้อต้มยา หลังจากปิดหรือไม่ปิดด้วยใบตองอ่อนก็ดี จะมีการปักตาแหลวเล็กไว้บนหม้อต้มยา มีนัยว่าเพื่อบอกว่าหม้อนี้คือยาต้มนะไม่ใช้น้ำต้มหรือแกงต้ม แต่ทางความเชื่อแล้วหม้อยามีครูบาอาจารย์มีสิ่งศักดิ์สิทธ์สถิตอยู่ เพื่อรักษาคุณยาที่ต้มทั้งปวง โบราณจารย์กล่าวว่าอย่าให้ผีข้ามหม้อยา เพราะจะทำให้ยาต้มเสื่อมคุณประโยชน์ ดังนั้นตาแหลวเป็นสัญลักษณ์ศักดิ์สิทธิ์ป้องกันผีร้ายหรือสิ่งชั่วร้ายทำลายคุณของยา ในการสู่ขวัญข้าว เฉลวถูกนำมาใช้เพื่อป้องกันมีให้ผีร้ายเข้ามาทำลายพระแม่โพสพ

     ตาแหลว ถูกแบ่งออกตามจำนวนแฉก คือ ตาแหลวเป็นรูปสาม,ตาแหลวที่เป็นรูปดาวห้าแฉก,ตาแหลวที่เป็นรูปแปดแฉก ซึ่งตาแหลวแต่ละชนิดจะมีคาถาแตกต่างกันไปเวลาตั้งจะต้องท่องคาถากำกับทำให้ผีไม่กล้าเข้าใกล้ ในชาวล้านนามีตาแหลวอีกประเภทหนึ่ง มีลักษณะพิเศษคือมีเจ็ดชั้น สานต่อกันโดยสานต่อไปเรื่อยๆ สามารถสานต่อชั้นขึ้นไปได้อีก และไม่ใช่การสานเจ็ดอันเอามามัดรวมกัน แต่เป็นการสานต่อชั่นแต่ละชั้น มีชื่อเรียกหลายชื่อ เช่น ตาแหลวเจ็ดจั้น ตาแหลวใบคา ตาแหลวคาเขียว ตาแหลวหญ้าคา เป็นต้น ก็คือตาแหลวจะมี 7ชั้น แล้วนำหญ้าคามาสานพันธ์กันใช้ขึงติดกับตาแหลว ดังนั้นเข้าจึงเรียกว่า ต๋าแหลวคาเขียว เพราะใบคาที่นำมาสานพันกันเป็นสีเขียว ในอดีตความเชื่อเป็นส่วนหนึ่งของการดำรงชีวิตของมุนษย์ ฝั่งรากเคียงคู่กับวัฒนธรรมความเป็นอยู่ ธรรมชาติ สิ่งแวดล้อม ล้อมรวมเป็นประเพณีที่สวยงาม แต่ปัจจุบัน “ตาแหลว เครื่องรางกันขึดแห่งล้านานกำลังจะหายไปกับกาลเวลา”
ที่มา 9 Mahawed - สารานุกรมแห่งจอมเวทย์,ศูนย์ข้อมูลวัฒนธรรมล้านนามหาวิทยาลัยเชียงใหม่, วิกิพีเดีย

เรียบเรียงโดย มะเดี่ยว
คมสัน  หน่อคำ
083-7373307

วันศุกร์ที่ 7 กรกฎาคม พ.ศ. 2560

หน่วยงานในสังกัดกรมประชาสัมพันธ์ถวายเทียนพรรษา ขณะที่เทศบาลเมืองแพร่จัดแห่เทียนพรรษา ประจำปี 2560


     สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดแพร่ พร้อมด้วยสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทยจังหวัดแพร่นำเทียนพรรษาถวายวัดสองแคว ขณะที่เทศบาลเมืองแพร่จัดพิธีแห่เทียนพรรษา ก่อนแยกย้ายนำเทียนพรรษาถวายยังวัดต่างๆ

     สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดแพร่วันนี้(7ก.ค.60) ที่วัดสองแคว ตำบลป่าแมต อำเภอเมืองแพร่ นายสัมพันธ์ช้างทอง ประชาสัมพันธ์จังหวัดแพร่ พร้อมด้วยนายวัชระ เพชรพลอย ผู้อำนวยการสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทยจังหวัดแพร่ นำคณะข้าราชการ และเจ้าหน้าที่ในสังกัดกรมประชาสัมพันธ์ในพื้นที่จังหวัดแพร่ถวายเทียนพรรษาและหลอดไฟฟ้า ถวายแด่พระสงฆ์วัดสองแคว เพื่อถวายเป็นพุทธบูชาในเทศกาลเข้าพรรษา ประจำปี 2560

     ขณะที่เทศบาลเมืองแพร่โดยนายพัฒนพงษ์ พงษ์นวล รองนายกเทศมนตรีเมืองแพร่รักษาการนายกเทศมนตรีเมืองแพร่ ได้นำคณะผู้บริหาร ข้าราชการ เจ้าหน้าที่ ครู นักเรียน ร่วมกับชุมชนต่างๆในเขตเทศบาลเมืองแพร่จัดพิธีแห่เทียนพรรษา ประจำปี 2560 เพื่อร่วมสืบสานศีลปะวัฒนธรรมประเพณีอันดีงาม แสดงออกถึงความศรัทธาในพระพุทธศาสนา สร้างความรัก ความสามัคคีในหมู่คณะ ร่วมใจกันทำนุบำรุงพระพุทธศาสนา โดยเทียนพรรษาจากโรงเรียนต่างๆ จะได้แยกย้ายกันไปถวายยังวัดต่างๆในเขตเทศบาลเมืองแพร่ต่อไป /.

ฉัตรชัย พวงขจร / ข่าว

ฮ้านน้ำหม้อ


ฮ้านน้ำหม้อ
     ฮ้านน้ำหม้อ คือ ที่สำหรับวางหม้อน้ำดื่ม พร้อมที่แขวนกระบวย ตัวฮ้านมีลักษณะเป็นชั้นวางมีหลังคาทรงจั่วด้านบน เพื่อป้องกันไม่ให้มีแสงแดดส่องลงมาที่หม้อน้ำ หม้อน้ำเป็นหม้อดินเผาสีอิฐแดงระบายความร้อนได้ดีส่วนใหญ่จะมีตะไคร่สีเขียวเกาะบริเวณรอบๆตัวหม้อ ทำให้น้ำในหม้อมีความเย็นตลอดเวลา ด้านข้างมีที่แขวนกระบวยน้ำที่ทำมาจากกะลามะพร้าว ฮ้านน้ำหม้อส่วนใหญ่จะตั้งอยู่หน้าบ้าน เพื่อไว้บริการผู้คนที่สัญจรผ่านไปมา ด้วยว่าในอดีตนั้นการสัญจรเดินทางนั้น มักจะเดินด้วยเท้าไปยังที่ต่างๆ เมื่อหิวน้ำก็จะแวะพักดื่มน้ำตามฮ้านน้ำหม้อที่ชาวบ้านแถวนั้นได้จัดตั้งไว้ และด้วยความเชื่อของชาวล้านนาที่ว่าการทำบุญด้วยน้ำเป็นอานิสงค์ที่ยิ่งใหญ่ ทำให้ชีวิตคล่อง ทรัพย์สินเงินทอง ความสุขต่างๆ นั้นไหลรื่นสะดวกขึ้น จากที่เคยติดขัดก็จะราบรื่น จากที่เคยมาแบบกระเซ็นกระสายก็จะไหลมาเทมาไม่หยุดยั้ง
 
     จากคำบอกเล่าของผู้เฒ่าผู้แก่บอกว่าเจ้าของฮ้านน้ำหม้อจะคอยดุแลขัดถูทำความสะอาดสวยงาม ตักน้ำสะอาดใส่จนเต็มและคอยเต็ม มิให้พร่องลงไปมากหรือเปลี่ยนถ่ายน้ำทุกๆวัน เพื่อให้น้ำสะอาดน่าดื่มอยู่เสมอ เพราะการดูแลฮ้านน้าหม้อให้สะอาดและมีน้ำเต็มอยู่เสมอ ถือเป็นหน้าเป็นตาของเจ้าของบ้าน และในยามศึกสงครามฮ้านน้ำหม้อนั้นยังทำหน้าที่เป็นสัญลักษณ์สำหรับแสดงฝ่ายหรือส่งข่าวสำหรับทหารไทยด้วย โดยจะสังเกตที่ด้ามน้ำบวย(กระบวยน้ำ) จะมีการแกะสลักเป็นรูปสัตว์หรือสัญลักษณ์ต่างๆเพื่อบ่งบอกว่าบ้านหลังนี้เป็นทหารฝ่ายไทย

      วัฒนธรรมการให้ทานน้ำนั้นได้เริ่มจางหายไปจากสังคมไทยที่ละนิด เพราะบ้านเมืองเปลี่ยนแปลงไปมากมาย เดี๋ยวนี้กระหากหิวน้ำก็จะต้องซื้อเอา หรือไปไหนก็ต้องพกขวดน้ำติดตัวไปด้วย อีกอย่างมีโรคภัยเกิดขึ้นมากมายหลายชนิดเกิดจากการใช้ภาชนะร่วมกัน ทำให้ไม่มีใครกล้าใช้กระบวยหรือแก้วซ้าๆกัน และน้ำที่มีอยู่ในหม้อคนมักไม่แน่ใจว่าสะอาดหรือไม่ เนื่องจากน้ำบ่อหรือน้ำฝนไม่สะอาดเหมือนแต่ก่อน แม้วัฒนธรรมฮ้านน้ำหม้อหายไปจากสังคมไทย คงเหลือแต่ชั้นวางหม้อน้ำประดับหน้าบ้านเพียงเท่านั้น แต่คนไทยยังคงมีน้ำใจบริการน้ำอยู่ด้วยว่า “อานิสงค์ที่ยิ่งใหญ่ของการทำบุญด้วยน้ำ”
โดย คมสัน   หน่อคำ
083-7373307